คุณสมบัติ รปภ. ที่ดี องค์กรควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนเข้าปฏิบัติงาน

คุณสมบัติ รปภ. ที่ดี องค์กรควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนเข้าปฏิบัติงาน

คุณสมบัติ รปภ.

เมื่อองค์กรพบปัญหา รปภ. มาสาย ละเลยจุดตรวจ สื่อสารกับผู้มาติดต่อไม่เหมาะสม หรือไม่สามารถรายงานเหตุผิดปกติได้ชัดเจน ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ “มี รปภ. ครบกี่คน” เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับว่า คุณสมบัติ รปภ ที่ถูกจัดเข้าพื้นที่เหมาะกับงานจริงหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่หนึ่งคนอาจเหมาะกับงานควบคุมรถเข้า–ออกโรงงาน แต่อาจไม่เหมาะกับจุดต้อนรับของอาคารสำนักงานหรือโรงแรม

ดังนั้น รปภ. ที่ดีควรมีพื้นฐานสำคัญ ได้แก่ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ มีวินัย ตรงต่อเวลา ตื่นตัวและช่างสังเกต สื่อสารและรายงานเหตุได้ ควบคุมอารมณ์ได้ รวมถึงเข้าใจคำสั่งและขอบเขตหน้าที่ แต่สำหรับองค์กรผู้ว่าจ้าง ยังต้องพิจารณาอีกขั้นว่าเจ้าหน้าที่มีความพร้อมและเหมาะกับลักษณะพื้นที่หรือไม่ ไม่ควรประเมินจากรูปร่าง บุคลิก หรือจำนวนกำลังเพียงอย่างเดียว

คำตอบสั้น: รปภ. ที่ดีควรมีคุณสมบัติอะไร?

หากฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายอาคาร นิติบุคคล หรือผู้จัดการสถานที่ต้องกำหนดเกณฑ์รับกำลัง รปภ. สามารถแบ่งการประเมินออกเป็น 3 ส่วน คือ คุณสมบัติพื้นฐานของบุคคล ความพร้อมต่อการปฏิบัติหน้าที่ และความเหมาะสมกับพื้นที่

คุณสมบัติพื้นฐานที่ควรมีในทุกหน่วยงานคือความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ วินัย การตรงต่อเวลา และการควบคุมอารมณ์ ส่วนความพร้อมต่อหน้าที่ควรดูความตื่นตัว การสังเกต ความสามารถในการรับคำสั่ง การสื่อสาร และการรายงานเหตุ สำหรับความเหมาะสมกับพื้นที่ ต้องพิจารณาจากภารกิจจริง เช่น โรงงานต้องควบคุมรถและทรัพย์สิน หมู่บ้านต้องติดต่อผู้พักอาศัยและบุคคลภายนอก ขณะที่สำนักงานหรือโรงแรมอาจให้ความสำคัญกับบุคลิกและการสื่อสารมากขึ้น

พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 กำหนดให้ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตต้องได้รับใบอนุญาต และมาตรา 34 กำหนดคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น มีสัญชาติไทย อายุไม่น้อยกว่า 18 ปี สำเร็จการศึกษาตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยตามที่กำหนด

 

สาเหตุที่องค์กรไม่ควรดูคุณสมบัติ รปภ. จากบุคลิกเพียงอย่างเดียว

ปัญหาที่พบได้ในการจัดกำลังรักษาความปลอดภัยคือการกำหนดคุณสมบัติแบบกว้าง เช่น “แข็งแรง บุคลิกดี มีประสบการณ์” แต่ไม่ได้เชื่อมเกณฑ์เหล่านั้นเข้ากับหน้าที่จริง เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่จึงอาจเกิดช่องว่างระหว่างคนที่องค์กรต้องการกับคนที่สามารถทำงานนั้นได้จริง

1. ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบเป็นพื้นฐานของงาน

เจ้าหน้าที่อาจต้องอยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน บุคคลภายนอก กุญแจ จุดควบคุม หรือข้อมูลการเข้า–ออก ความซื่อสัตย์จึงเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน ขณะเดียวกันต้องมีความรับผิดชอบต่อจุดประจำ ไม่ละทิ้งหน้าที่ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง

2. วินัยและการตรงต่อเวลามีผลต่อการส่งมอบเวร

งานรักษาความปลอดภัยจำนวนมากดำเนินต่อเนื่องเป็นกะ หากเจ้าหน้าที่มาสายหรือออกจากจุดก่อนมีผู้รับเวร อาจเกิดช่วงเวลาที่ไม่มีผู้รับผิดชอบ ดังนั้นการตรงต่อเวลาไม่ใช่เพียงเรื่องพฤติกรรมส่วนตัว แต่สัมพันธ์โดยตรงกับความต่อเนื่องของการควบคุมพื้นที่

3. ความตื่นตัวสำคัญกว่าการยืนประจำจุด

การมีเจ้าหน้าที่อยู่ที่ป้อมไม่ได้หมายความว่าพื้นที่จะถูกเฝ้าระวังอย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่ควรสังเกตสิ่งผิดปกติ เช่น บุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย รถที่เข้า–ออกผิดเวลา ประตูที่ควรปิดแต่เปิดอยู่ หรือทรัพย์สินที่ถูกเคลื่อนย้ายผิดจากขั้นตอนปกติ

ในการกำหนดกำลังให้หน่วยงาน สิ่งที่ควรถามจึงไม่ใช่เพียง “ต้องการ รปภ. กี่คน” แต่ควรถามต่อว่าแต่ละคนต้องประจำจุดใด พบใครบ้าง ต้องตรวจอะไร และเมื่อพบความผิดปกติต้องรายงานใคร เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นตัวกำหนดคุณสมบัติของคนที่เหมาะกับจุดนั้น

4. การสื่อสารและรายงานเหตุเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพงาน

รปภ. ต้องสื่อสารกับพนักงาน ผู้มาติดต่อ ผู้รับเหมา คนขับรถ หรือผู้พักอาศัยตามประเภทพื้นที่ หากพูดไม่ชัดเจน ใช้อารมณ์ หรือรายงานเหตุไม่ครบ ผู้รับผิดชอบอาจตัดสินใจต่อได้ยาก

การรายงานที่ดีควรทำให้ผู้รับข้อมูลเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดที่ไหน เวลาใด เกี่ยวข้องกับใคร และได้ดำเนินการเบื้องต้นอย่างไร

 

วิธีประเมินคุณสมบัติเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ตรงกับงานจริง

คุณสมบัติ รปภ.

องค์กรควรเริ่มจาก “งาน” ก่อนเริ่มจาก “คน” โดยระบุจุดปฏิบัติงาน หน้าที่สำคัญ ความเสี่ยง ผู้ที่เจ้าหน้าที่ต้องติดต่อ และวิธีรายงานเหตุ จากนั้นจึงกำหนดคุณสมบัติที่ต้องการ

แบ่งคุณสมบัติเป็น 3 ระดับ

ระดับการประเมิน สิ่งที่ควรพิจารณา ตัวอย่าง
คุณสมบัติพื้นฐาน ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ มีวินัย ควบคุมอารมณ์ ไม่ละทิ้งจุด ปฏิบัติตามระเบียบ
ความพร้อมต่องาน ตื่นตัว สังเกต รับคำสั่ง สื่อสารและรายงานได้ ตรวจพบความผิดปกติและแจ้งตามขั้นตอน
ความเหมาะสมกับพื้นที่ บุคลิก การสื่อสาร และทักษะที่สัมพันธ์กับหน้างาน โรงงานเน้นรถและทรัพย์สิน สำนักงานเน้นคนเข้า–ออก

รปภ. โรงงานกับ รปภ. โรงแรมอาจต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานเหมือนกัน เช่น ซื่อสัตย์ มีวินัย และรับผิดชอบ แต่สิ่งที่ต่างกันคือ “น้ำหนัก” ของแต่ละคุณสมบัติ โรงงานอาจต้องเน้นความละเอียดในการตรวจรถและทรัพย์สิน ขณะที่โรงแรมควรเพิ่มความสำคัญด้านบุคลิก ความสุภาพ และการสื่อสารกับผู้ใช้บริการ

กำหนด Requirement แยกตามจุด

แทนที่จะเขียนว่า “รปภ. ทุกคนต้องบุคลิกดีและสื่อสารดี” ควรกำหนดตามจุด เช่น จุดประตูโรงงานต้องอ่านเอกสารและบันทึกข้อมูลได้ จุดตรวจรถต้องสังเกตและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างละเอียด ส่วนจุดต้อนรับสำนักงานควรสื่อสารกับผู้มาติดต่อได้เหมาะสม

วิธีนี้ช่วยให้ผู้ให้บริการเข้าใจว่าต้องจัดกำลังลักษณะใด และทำให้องค์กรมีเกณฑ์ตรวจรับกำลังที่ชัดเจนกว่าเดิม

ประเมินจากพฤติกรรมที่ตรวจสอบได้

คำว่า “ขยัน” หรือ “ดี” วัดผลได้ยาก ควรเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมที่สังเกตได้ เช่น เข้าประจำจุดตรงเวลา ตรวจตามรอบที่กำหนด บันทึกข้อมูลครบ แจ้งเหตุผ่านผู้รับผิดชอบตามขั้นตอน และปฏิบัติต่อผู้มาติดต่ออย่างสุภาพ

เมื่อกำหนดเป็นพฤติกรรม องค์กรจะสามารถใช้เป็นเกณฑ์ติดตามคุณภาพหลังเริ่มงานได้จริง

 

ตัวอย่างการกำหนดคุณสมบัติ รปภ. ตามประเภทสถานที่

สมมติโรงงานแห่งหนึ่งมีประตูหลัก 1 จุด ประตูรถขนส่ง 1 จุด และมีรถผู้รับเหมาหรือรถส่งสินค้าเข้า–ออกตลอดวัน หากกำหนดเพียงว่า “ต้องการ รปภ. 2 คน” บริษัทผู้ให้บริการจะทราบจำนวน แต่ยังไม่ทราบว่าคนแบบใดเหมาะกับแต่ละจุด

สำหรับประตูหลัก อาจต้องการเจ้าหน้าที่ที่สื่อสารกับผู้มาติดต่อได้ดี ตรวจสอบการเข้า–ออกและบันทึกข้อมูลได้ ส่วนประตูรถขนส่งอาจต้องเน้นความละเอียดในการตรวจรถ เอกสาร การนำทรัพย์สินเข้า–ออก และความสามารถในการสังเกตความผิดปกติ

หากเป็นหมู่บ้าน ลักษณะงานเปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่ต้องพบลูกบ้าน ผู้มาติดต่อ พนักงานส่งสินค้า และรถเข้า–ออกจำนวนมาก การควบคุมอารมณ์ ความสุภาพ และความสามารถในการอธิบายกฎของโครงการจึงมีน้ำหนักมากขึ้น

ส่วนสำนักงานหรืออาคารธุรกิจ จุดด้านหน้ามักเป็นหนึ่งในจุดแรกที่ผู้มาติดต่อพบ บุคลิก ความเรียบร้อย และการสื่อสารจึงมีความสำคัญควบคู่กับการควบคุมบุคคลเข้า–ออก

การกำหนดคุณสมบัติให้ละเอียดเฉพาะจุดช่วยลดปัญหาการขอกำลังแบบ “คนครบแต่ไม่ตรงงาน” เพราะฝ่ายผู้ว่าจ้างและผู้ให้บริการสามารถใช้รายละเอียดชุดเดียวกันเพื่อคุยเรื่องการจัดคนก่อนเริ่มปฏิบัติงาน

ผู้ที่ต้องการดูรายละเอียดว่างานแต่ละจุดควรกำหนดอย่างไร สามารถอ่านต่อที่ หน้าที่ รปภ. มีอะไรบ้าง เพื่อแยกเรื่อง “คนควรมีคุณสมบัติอย่างไร” ออกจาก “ต้องรับผิดชอบงานอะไร”

 

ข้อควรระวังเมื่อกำหนดมาตรฐาน รปภ. สำหรับองค์กร

1. อย่ากำหนดคุณสมบัติจากรูปร่างหรือภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว

บุคลิกมีความสำคัญในบางพื้นที่ แต่ไม่สามารถทดแทนวินัย ความรับผิดชอบ การสังเกต หรือความสามารถในการปฏิบัติตามขั้นตอนได้

2. อย่าใช้เกณฑ์เดียวกันกับ รปภ. ทุกจุด

การกำหนดคุณสมบัติสูงเหมือนกันทั้งหมดอาจไม่ได้ทำให้งานดีขึ้น แต่ทำให้ Requirement ไม่สัมพันธ์กับภารกิจ ควรแยกว่าอะไรเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี และอะไรเป็นคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

3. อย่าหยุดการประเมินเพียงวันแรก

เจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นเหมาะสมยังต้องเข้าใจคำสั่งประจำจุด ข้อห้าม ช่องทางรายงาน และวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ การเตรียมความพร้อมก่อนลงพื้นที่จึงมีผลต่อคุณภาพการปฏิบัติงาน โดยองค์กรที่ต้องการเข้าใจเรื่องการเตรียมบุคลากรเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ฝึกอบรม รปภ.

บางองค์กรอาจมองว่าหากบริษัทส่ง รปภ. ที่มีประสบการณ์มาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องกำหนดรายละเอียดมาก แต่ประสบการณ์จากสถานที่เดิมไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจข้อกำหนดของสถานที่ใหม่ทันที โรงงานสองแห่งยังอาจมีระบบรถเข้า–ออก จุดเสี่ยง และระเบียบผู้รับเหมาต่างกัน จึงควรกำหนดขอบเขตและความคาดหวังของพื้นที่ให้ชัดเจนเสมอ

ตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 มาตรา 26 มาตรฐานการให้บริการครอบคลุมเรื่องการกำกับและตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ ระบบบันทึกเหตุการณ์ ศูนย์ประสานงาน อุปกรณ์สื่อสาร รวมถึงความรู้และการฝึกทบทวนของพนักงานรักษาความปลอดภัย ขณะที่มาตรา 27 กำหนดให้บริษัทรักษาความปลอดภัยจัดพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตเป็นผู้ให้บริการแก่ผู้ว่าจ้าง

อย่าดูเฉพาะ “คน” แต่ต้องดูระบบที่อยู่รอบตัวคนด้วย

ต่อให้คัดเลือกเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม หากไม่มีคำสั่งประจำจุด วิธีรายงานเหตุ หรือการควบคุมการปฏิบัติงานที่ชัดเจน คุณภาพก็อาจไม่สม่ำเสมอได้

ดังนั้นเมื่อองค์กรประเมินผู้ให้บริการ ควรถามต่อว่าบริษัทจะนำ Requirement ของหน่วยงานไปใช้จัดกำลังและเตรียมเจ้าหน้าที่อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อแต่ละจุดมีเงื่อนไขต่างกัน

เกณฑ์ที่ใช้งานได้จริงไม่ควรเป็นรายการคุณสมบัติยาวที่สุด แต่ควรเป็นเกณฑ์ที่ตอบได้ว่า “คุณสมบัตินี้จำเป็นต่อหน้าที่อะไร” หากตอบไม่ได้ อาจเป็นเงื่อนไขที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณภาพการรักษาความปลอดภัยอย่างแท้จริง

สำหรับองค์กรที่กำลังเปิดหน่วยงานใหม่หรือเปลี่ยนผู้ให้บริการ ควรแจ้งประเภทสถานที่ ทางเข้า–ออก เวลาปฏิบัติงาน จุดสำคัญ ลักษณะบุคคลที่ รปภ. ต้องติดต่อ และปัญหาที่เคยพบ เพื่อให้ผู้ให้บริการประเมินทั้งจำนวนและลักษณะกำลังที่เหมาะสม หากอยู่ในขั้นตอนเปรียบเทียบผู้ให้บริการ สามารถอ่าน จ้างบริษัท รปภ. ต้องพิจารณาอะไร เพื่อใช้เป็นแนวทางก่อนตัดสินใจ

Number1 Security Guard ให้บริการจัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากต้องการเริ่มจากการประเมินหน่วยงาน สามารถดูรายละเอียดที่ บริการจัดหา รปภ. สำหรับองค์กร หรือใช้ข้อมูลประเภทสถานที่ จุดปฏิบัติงาน ทางเข้า–ออก เวลาทำงาน หน้าที่สำคัญ และจำนวนกำลังที่ต้องการเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการขอประเมิน

 

สรุป คุณสมบัติ รปภ. ต้องดูทั้งพื้นฐาน ความพร้อม และความเหมาะสมกับพื้นที่

การประเมิน รปภ. ไม่ควรจบที่รูปร่าง อายุ หรือประสบการณ์ แต่ควรดูตั้งแต่ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ วินัย การตรงต่อเวลา ความตื่นตัว การสื่อสาร การรายงานเหตุ การควบคุมอารมณ์ ไปจนถึงความเข้าใจคำสั่งและความเหมาะสมกับจุดปฏิบัติงาน

สำหรับองค์กร วิธีที่นำไปใช้ได้จริงคือกำหนดหน้าที่ของแต่ละจุดก่อน แล้วจึงกำหนดคุณสมบัติที่สัมพันธ์กับงาน แยกสิ่งที่ “ทุกคนต้องมี” ออกจากสิ่งที่ “ตำแหน่งนี้ต้องมีเพิ่ม” วิธีนี้ทำให้สามารถตรวจรับกำลังและประเมินผู้ให้บริการได้ชัดเจนขึ้น

หากกำลังวางแผนใช้บริการ รปภ. รายเดือน ควรให้ผู้ให้บริการประเมินจากประเภทสถานที่ จุดปฏิบัติงาน ทางเข้า–ออก เวลาทำงาน หน้าที่สำคัญ และลักษณะกำลังที่ต้องการ เพื่อให้เป้าหมายไม่ใช่เพียงการจัด “คนให้ครบ” แต่เป็นการจัดคนให้เหมาะกับงานและพื้นที่จริง

 

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1: รปภ ที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร?

A: ควรมีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ มีวินัย ตรงต่อเวลา ตื่นตัว ช่างสังเกต ควบคุมอารมณ์ได้ สื่อสารและรายงานเหตุได้ รวมถึงเข้าใจคำสั่งและขอบเขตหน้าที่ แต่สำหรับการจัดกำลังให้องค์กรต้องพิจารณาความเหมาะสมกับพื้นที่และหน้าที่เฉพาะจุดเพิ่มเติมด้วย

Q2: คุณสมบัติไหนจำเป็นสำหรับ รปภ. ทุกพื้นที่?

A: คุณสมบัติพื้นฐาน เช่น ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ วินัย การตรงต่อเวลา ความตื่นตัว และการควบคุมอารมณ์ ควรเป็นพื้นฐาน ส่วนบุคลิก รูปแบบการสื่อสาร หรือทักษะเฉพาะควรกำหนดเพิ่มตามลักษณะงาน

Q3: รปภ. โรงงานกับ รปภ. โรงแรมควรมีคุณสมบัติเหมือนกันหรือไม่?

A: มีพื้นฐานหลายอย่างเหมือนกัน แต่ความสำคัญของแต่ละด้านต่างกัน โรงงานอาจเน้นการตรวจรถ ทรัพย์สิน การสังเกต และการปฏิบัติตามขั้นตอน ส่วนโรงแรมหรืออาคารบริการควรให้น้ำหนักกับบุคลิก ความสุภาพ การควบคุมอารมณ์ และการสื่อสารมากขึ้น

Q4: บุคลิกของ รปภ. สำคัญแค่ไหน?

A: สำคัญโดยเฉพาะจุดที่ต้องพบลูกค้า ผู้พักอาศัย หรือผู้มาติดต่อ แต่ไม่ควรใช้บุคลิกเป็นเกณฑ์หลักเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่ต้องมีวินัย ความรับผิดชอบ และสามารถทำหน้าที่ของจุดนั้นได้จริงด้วย

Q5: ก่อนขอ รปภ. จากบริษัท องค์กรควรเตรียมข้อมูลอะไร?

A: ควรเตรียมประเภทสถานที่ จำนวนและลักษณะทางเข้า–ออก เวลาปฏิบัติงาน จุดที่ต้องควบคุม หน้าที่สำคัญ รูปแบบการติดต่อผู้ใช้พื้นที่ คุณสมบัติเฉพาะที่ต้องการ จำนวนกำลัง และปัญหาที่เคยเกิดขึ้น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ประเมินคนและจำนวนกำลังได้ตรงกับหน้างานมากกว่าการแจ้งจำนวนเพียงอย่างเดียว

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 — ข้อกำหนดเกี่ยวกับธุรกิจรักษาความปลอดภัย พนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต คุณสมบัติ การปฏิบัติหน้าที่ และมาตรฐานการให้บริการ
  2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ / สถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ — รวบรวมพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัยและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
  3. ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี — กฎหมายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยและการรับรองสถานฝึกอบรม

Start typing and press Enter to search

Shopping Cart