จ้างบริษัท รปภ. ต้องดูอะไร? คู่มือสำหรับองค์กรก่อนเลือกผู้ให้บริการ

เมื่อสัญญาบริษัทเดิมกำลังหมด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ขาดกำลังบ่อย เปิดโรงงานหรือสำนักงานแห่งใหม่ หรือเกิดเหตุจนฝ่ายบริหารต้องทบทวนระบบรักษาความปลอดภัย ในการ จ้างบริษัท รปภ. ไม่ควรเริ่มจากถามว่า “ราคาต่อคนเท่าไร” แล้วเลือกผู้เสนอราคาต่ำที่สุด เพราะสิ่งที่องค์กรกำลังซื้อไม่ใช่เพียงเจ้าหน้าที่หนึ่งคน แต่รวมถึงการจัดกำลัง การควบคุมหน้างาน กำลังทดแทน การรายงานเหตุ และความรับผิดชอบตามขอบเขตงานที่ตกลงกัน
คำตอบสั้น ๆ คือ ก่อนจ้างควรกำหนดให้ชัดว่า พื้นที่มีทางเข้า–ออกกี่จุด ต้องประจำจุดใดบ้าง ใช้กี่กะ หน้าที่หลักคืออะไร และปัญหาใดที่ต้องการแก้ จากนั้นจึงตรวจใบอนุญาตของบริษัท ระบบจัดกำลังและควบคุมงาน ขอให้บริษัทสำรวจพื้นที่ แล้วนำข้อเสนอมาเปรียบเทียบภายใต้ขอบเขตงานเดียวกัน ก่อนตรวจรายละเอียดในสัญญาและแผนส่งมอบงาน วิธีนี้ช่วยลดปัญหาที่พบภายหลัง เช่นจำนวนกำลังไม่พอ หน้าที่ไม่ตรงกัน หรือมีเหตุแล้วไม่ชัดว่าใครต้องรับผิดชอบ
พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 กำหนดว่าผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยต้องเป็นบริษัทและได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน และการให้บริการต้องทำสัญญาเป็นหนังสือระหว่างบริษัทรักษาความปลอดภัยกับผู้ว่าจ้าง โดยมีรายละเอียดสำคัญ เช่นขอบเขตงาน ระยะเวลา ค่าจ้าง หน้าที่ ความรับผิด ค่าปรับ ค่าเสียหาย และการเลิกสัญญา
สาเหตุที่ จ้างบริษัท รปภ. มักมีปัญหาหลังเริ่มบริการ
ปัญหาหลายกรณีไม่ได้เกิดจากการที่องค์กร “เลือกบริษัทผิด” เพียงอย่างเดียว แต่เกิดตั้งแต่ก่อนขอใบเสนอราคา เพราะผู้ว่าจ้างยังไม่ได้กำหนดความต้องการของพื้นที่ให้ชัดเจน
ตัวอย่างเช่น โรงงานแจ้งบริษัทว่า “ต้องการ รปภ. 4 คน” แต่ไม่ได้ระบุว่ามีประตูรถบรรทุก ประตูพนักงาน คลังสินค้า และจุดตรวจรอบพื้นที่ เมื่อเริ่มงานจริงจึงพบว่าเจ้าหน้าที่ต้องทำหลายภารกิจพร้อมกัน บางช่วงต้องเปิดประตู ตรวจรถ แลกบัตรผู้มาติดต่อ และเดินตรวจ ทำให้บางจุดไม่มีคนควบคุม
สถานการณ์เดียวกันเกิดกับหมู่บ้าน อาคารสำนักงาน และคลังสินค้าได้เช่นกัน จำนวนคนที่เหมาะสมจึงไม่ควรกำหนดจากขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูจำนวนจุดควบคุม ปริมาณคนและรถ ช่วงเวลาที่มีกิจกรรมสูง ความถี่ในการตรวจพื้นที่ และหน้าที่ที่ต้องทำพร้อมกัน
จากลักษณะงานรักษาความปลอดภัยหน้างาน สิ่งที่ควรระบุให้ชัดก่อนขอราคาคือ “จุด–กะ–หน้าที่” เช่นจุดประตูหลัก 1 จุดตลอด 24 ชั่วโมง จุดรับส่งสินค้าเฉพาะกลางวัน และรอบตรวจพื้นที่ในช่วงกลางคืน เพราะข้อมูลลักษณะนี้ทำให้บริษัทประเมินกำลังได้ใกล้เคียงกับงานจริงกว่าการแจ้งเพียงจำนวนคนที่ต้องการ
อีกปัญหาคือการเปรียบเทียบข้อเสนอที่มีขอบเขตไม่เท่ากัน บริษัท A อาจเสนอจำนวนเจ้าหน้าที่เท่ากับบริษัท B แต่รายละเอียดเรื่องหัวหน้างาน การตรวจหน่วย การจัดคนแทน การฝึกก่อนลงพื้นที่ หรือระบบรายงานเหตุอาจต่างกัน หากดูเฉพาะยอดรวมรายเดือน องค์กรจะไม่เห็นความแตกต่างเหล่านี้
วิธีจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัย ให้เหมาะกับองค์กร ตั้งแต่กำหนดงานจนถึงเซ็นสัญญา
1. เริ่มจากปัญหาที่องค์กรต้องการแก้
ก่อน หาบริษัท รปภ. ควรตอบให้ได้ก่อนว่าทำไมจึงต้องการผู้ให้บริการรายใหม่ เช่นบริษัทเดิมขาดกำลังบ่อย เจ้าหน้าที่มาสาย การตรวจรถไม่เป็นระบบ เกิดทรัพย์สินสูญหาย ต้องเปิดพื้นที่ใหม่ หรือองค์กรต้องการเพิ่มจุดควบคุม
เหตุผลนี้มีผลโดยตรงต่อขอบเขตงาน หากปัญหาหลักคือรถขนส่งเข้า–ออกโรงงาน หน้าที่และจำนวนกำลังย่อมต่างจากสำนักงานที่ต้องการควบคุมผู้มาติดต่อและพื้นที่หวงห้าม
2. สำรวจทางเข้า–ออกและจุดที่ต้องควบคุม
ทำรายการจุดสำคัญของพื้นที่ก่อน เช่นประตูรถ ประตูบุคคล ทางเข้าอาคาร จุดแลกบัตร ลานจอดรถ คลังสินค้า พื้นที่โหลดสินค้า หรือจุดที่ต้องเดินตรวจ
ไม่จำเป็นว่าทุกจุดต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอดเวลา แต่ต้องรู้ว่าจุดใดต้องมีคนประจำ จุดใดสามารถรวมภารกิจ และจุดใดใช้การเดินตรวจเป็นรอบได้
3. กำหนดช่วงเวลาและกะปฏิบัติงาน
บางองค์กรต้องการเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่บางแห่งต้องการเฉพาะช่วงกลางคืนหรือช่วงที่ไม่มีพนักงานประจำอยู่ในพื้นที่
ควรระบุช่วงเวลาที่มีรถหรือบุคคลเข้า–ออกมากเป็นพิเศษด้วย เช่นโรงงานอาจมีรถส่งสินค้าหนาแน่นช่วงเช้าและบ่าย หากกำหนดกำลังเท่ากันตลอดวันโดยไม่ดูภาระงานจริง อาจเกิดปัญหากำลังไม่เพียงพอในช่วงที่ต้องควบคุมหลายกิจกรรมพร้อมกัน
4. เขียนขอบเขตหน้าที่ก่อนขอราคา
หน้าที่ควรเขียนให้สัมพันธ์กับความเสี่ยงของสถานที่ เช่นตรวจบุคคลและรถเข้า–ออก แลกบัตรผู้มาติดต่อ ตรวจการนำทรัพย์สินออก เดินตรวจตามจุดที่กำหนด บันทึกเหตุ และแจ้งผู้รับผิดชอบเมื่อพบความผิดปกติ
หากต้องการรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่และการกำหนดขอบเขตงาน สามารถอ่านต่อที่ หน้าที่ รปภ. และการกำหนดขอบเขตงาน
5. ตรวจบริษัทก่อนนำมาเปรียบเทียบ
เลือกบริษัท รปภ. ควรตรวจอย่างน้อยว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต มีระบบจัดกำลังอย่างไร มีผู้ควบคุมหน้างานหรือสายตรวจหรือไม่ เมื่อเจ้าหน้าที่ขาดจะทดแทนอย่างไร และมีขั้นตอนรับแจ้งหรือรายงานเหตุอย่างไร
กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยต้องเป็นบริษัทและได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย ส่วนผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาตก็ต้องได้รับใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนดเช่นกัน
สำหรับเกณฑ์เกี่ยวกับตัวเจ้าหน้าที่ สามารถอ่านเพิ่มเติมที่ คุณสมบัติ รปภ. ที่ผู้ว่าจ้างควรรู้ และเรื่องการเตรียมบุคลากรที่ ศูนย์ฝึกอบรม รปภ.
6. ให้บริษัทสำรวจพื้นที่ก่อนสรุปจำนวนกำลัง
การสำรวจพื้นที่มีประโยชน์มากกว่าการส่งรูปหรือแจ้งขนาดพื้นที่ เพราะผู้ประเมินสามารถเห็นเส้นทางรถ ทางเข้า–ออก จุดอับ พื้นที่หวงห้าม จุดที่มีคนหนาแน่น และระยะทางของรอบตรวจจริง
การประเมินจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จากจำนวนไร่หรือขนาดอาคารเพียงอย่างเดียวมีโอกาสคลาดเคลื่อนสูง พื้นที่ขนาดเล็กแต่มีหลายประตูและมีรถเข้า–ออกตลอดวันอาจต้องใช้กำลังมากกว่าพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีทางเข้าเพียงจุดเดียว ดังนั้นควรให้ผู้ให้บริการดูหน้างานก่อนยืนยันรูปแบบการจัดกำลัง
7. เปรียบเทียบข้อเสนอด้วยขอบเขตงานเดียวกัน
หากบริษัท A เสนอ 4 คนต่อวัน ส่วนบริษัท B เสนอ 3 คน อย่าเพิ่งสรุปว่า B ถูกกว่า ควรตรวจว่าทั้งสองบริษัทประเมินจุดประจำ กะ ชั่วโมงปฏิบัติงาน หน้าที่ที่ได้รับ กำลังทดแทน และการควบคุมหน้างานเหมือนกันหรือไม่ เพราะตัวเลขรายเดือนที่ต่างกันอาจเกิดจากขอบเขตบริการที่ไม่เท่ากัน
ตารางต่อไปนี้ใช้เป็นรายการตรวจสอบเบื้องต้นได้
| ประเด็นเปรียบเทียบ | สิ่งที่ควรตรวจ |
| ใบอนุญาตบริษัท | มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย |
| จำนวนกำลัง | ตรงกับจำนวนจุดและกะที่ประเมิน |
| ขอบเขตหน้าที่ | ระบุงานแต่ละจุดชัดเจน |
| การควบคุมงาน | มีผู้รับผิดชอบและวิธีตรวจหน่วย |
| กำลังทดแทน | มีแนวทางเมื่อรปภ. ขาด ลา หรือไม่สามารถเข้าปฏิบัติงาน |
| การรายงาน | กำหนดวิธีบันทึกและแจ้งเหตุ |
| ราคา | เปรียบเทียบภายใต้ขอบเขตเดียวกัน |
| สัญญา | ขอบเขต ค่าจ้าง ความรับผิด และเงื่อนไขต่าง ๆ ชัดเจน |
| การเริ่มงาน | มีแผนรับมอบพื้นที่และชี้แจงหน้าที่ก่อนเริ่ม |
หากกำลังพิจารณางบประมาณ ควรแยกไปดู ปัจจัยที่มีผลต่อราคา รปภ. รายเดือน เพื่อไม่ให้การตัดสินใจในหน้านี้กลายเป็นการเปรียบเทียบราคาต่อคนเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างการประเมินก่อนจ้าง รปภ. รายเดือน
สมมติโรงงานแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีประตูหลักสำหรับพนักงาน 1 จุด ประตูรถขนส่ง 1 จุด คลังสินค้า และพื้นที่รอบโรงงานที่ต้องตรวจกลางคืน เดิมฝ่ายจัดซื้อกำหนดว่า “ต้องการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 4 คน” แล้วส่งข้อมูลนี้ให้หลายบริษัทเสนอราคา
วิธีที่เหมาะกว่าคือเริ่มจากกำหนดภารกิจ เช่นประตูหลักต้องควบคุมบุคคลตลอด 24 ชั่วโมง ประตูรถขนส่งทำงานหนาแน่นเฉพาะช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืนต้องมีการตรวจคลังและรอบพื้นที่ จากนั้นให้ผู้ให้บริการสำรวจว่าภารกิจใดสามารถรวมกันได้และช่วงเวลาใดต้องเพิ่มกำลัง
ผลลัพธ์คือใบเสนอราคาจากแต่ละบริษัทจะอ้างอิงโจทย์เดียวกัน ฝ่ายจัดซื้อจึงเปรียบเทียบได้ว่าแต่ละรายวางกำลังอย่างไร ไม่ใช่เปรียบเทียบเฉพาะราคาของ “รปภ. 4 คน”
สำหรับองค์กรที่กำลังเปลี่ยนผู้รับเหมารักษาความปลอดภัย ข้อมูลจากหน้างานเดิมมีประโยชน์มาก ควรนำสถิติการขาดงาน เหตุผิดปกติ ช่วงเวลารถหนาแน่น จุดที่มีปัญหา และข้อร้องเรียนที่ผ่านมาใช้ประกอบการออกแบบขอบเขตงานใหม่ แทนที่จะนำสัญญาเดิมมาใช้ทั้งหมดโดยไม่ทบทวน
ข้อควรระวังก่อนเซ็นสัญญาจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ข้อแรกคืออย่าตกลงกันด้วยวาจาแล้วคิดว่ารายละเอียดค่อยกำหนดภายหลัง พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 มาตรา 25 กำหนดให้การให้บริการรักษาความปลอดภัยต้องทำสัญญาเป็นหนังสือ และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเรื่องคู่สัญญา วันที่ ขอบเขตงานและระยะเวลา ค่าจ้าง หน้าที่และความรับผิด ค่าปรับ ค่าเสียหาย และการเลิกสัญญา
ดังนั้น สัญญาจ้าง รปภ. ควรสอดคล้องกับสิ่งที่ตกลงในขั้นตอนสำรวจและใบเสนอราคา โดยเฉพาะจำนวนกำลัง เวลาปฏิบัติงาน จุดประจำ หน้าที่ที่ได้รับ วิธีจัดกำลังทดแทน การรายงานเหตุ และผู้ประสานงานของทั้งสองฝ่าย
ข้อที่สองคืออย่าเขียนหน้าที่กว้างเกินไป เช่น “ดูแลความปลอดภัยทั้งหมด” เพราะเมื่อเกิดเหตุจะตีความได้ยาก ควรกำหนดภารกิจที่ตรวจสอบได้ เช่นตรวจรถขาออกตามขั้นตอนของหน่วยงาน เดินตรวจพื้นที่ตามรอบ บันทึกผู้มาติดต่อ และแจ้งเหตุไปยังผู้รับผิดชอบตามลำดับที่กำหนด
บางองค์กรอาจมองว่าการระบุรายละเอียดมากเกินไปทำให้การทำงานไม่ยืดหยุ่น ซึ่งมีส่วนจริง หากเขียนทุกขั้นตอนตายตัวเกินไป แต่ทางแก้ไม่ใช่การปล่อยขอบเขตให้กว้าง ควรกำหนด “ผลลัพธ์และหน้าที่หลัก” ให้ชัด พร้อมเปิดพื้นที่ให้ปรับวิธีปฏิบัติตามสถานการณ์และระเบียบของหน่วยงาน
ข้อที่สามคืออย่ามองข้ามวันเริ่มบริการ ก่อนเริ่มงานควรมีการส่งมอบข้อมูลพื้นที่ จุดประจำ เส้นทางตรวจ รายชื่อผู้ประสานงาน ขั้นตอนฉุกเฉิน ระเบียบของสถานที่ และข้อห้ามต่าง ๆ หากเปลี่ยนจากบริษัทเดิม ควรกำหนดช่วงรับมอบงานให้ชัดเพื่อลดช่องว่างระหว่างผู้ให้บริการเก่าและรายใหม่
สำหรับองค์กรในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ต้องการ จ้างรปภ. รายเดือน สามารถใช้ข้อมูลประเภทสถานที่ ที่ตั้ง จำนวนทางเข้า–ออก ประจำจุด เวลาหรือกะที่ต้องการ และปัญหาปัจจุบันเป็นข้อมูลตั้งต้นในการขอประเมินหน้างานจากผู้ให้บริการ ก่อนตัดสินใจจำนวนกำลังและขอใบเสนอราคา
สรุป จ้างบริษัท รปภ. ให้เริ่มจากขอบเขตงาน ไม่ใช่ราคาต่อคน
ในการ จ้างบริษัทรักษาความปลอดภัย ที่เหมาะกับองค์กรควรเริ่มจากการรู้ว่าพื้นที่ต้องการแก้ปัญหาอะไร มีจุดควบคุมกี่จุด ต้องใช้กะใด และเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบอะไร จากนั้นจึงตรวจคุณสมบัติของบริษัท ให้ผู้ให้บริการสำรวจพื้นที่ เปรียบเทียบข้อเสนอภายใต้เงื่
อนไขเดียวกัน และตรวจให้รายละเอียดทั้งหมดถูกนำไปอยู่ในสัญญา
สำหรับผู้ว่าจ้าง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การหา “ราคาต่อคนที่ถูกที่สุด” แต่คือการได้รูปแบบการจัดกำลังที่ทำงานได้จริง มีผู้ควบคุม มีแนวทางทดแทนเมื่อกำลังขาด และมีขอบเขตความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้
หากองค์กรอยู่ในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑลและกำลังวางแผนเปลี่ยนผู้ให้บริการ เปิดสถานที่ใหม่ หรือยังไม่แน่ใจว่าควรจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกี่จุด สามารถเริ่มจาก บริการ รปภ. สำหรับองค์กรของ Number1 และ ติดต่อเพื่อประเมินพื้นที่และขอใบเสนอราคา โดยเตรียมประเภทสถานที่ ที่ตั้ง ทางเข้า–ออก จุดที่ต้องควบคุม กะที่ต้องการ และวันที่ต้องการเริ่มบริการ เพื่อให้การประเมินตรงกับหน้างานมากที่สุด
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q1: จ้างบริษัท รักษาความปลอดภัย ควรดูอะไรเป็นอันดับแรก?
A: เริ่มจากความต้องการของพื้นที่ก่อน ไม่ใช่ราคา ระบุปัญหาที่ต้องการแก้ ทางเข้า–ออก ประจำจุด เวลาปฏิบัติงาน และหน้าที่หลัก จากนั้นจึงตรวจใบอนุญาต ระบบจัดกำลัง การควบคุมงาน กำลังทดแทน และนำข้อเสนอมาเปรียบเทียบภายใต้ขอบเขตเดียวกัน
Q2: ต้องรู้จำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อนขอใบเสนอราคาหรือไม่?
A: ไม่จำเป็นต้องสรุปจำนวนสุดท้ายตั้งแต่แรก แต่ควรรู้จำนวนจุดและช่วงเวลาที่ต้องควบคุม หากยังไม่แน่ใจควรให้บริษัทสำรวจพื้นที่และเสนอรูปแบบการจัดกำลัง เพราะจำนวนเจ้าหน้าที่ควรสัมพันธ์กับภารกิจจริง ไม่ใช่ขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว
Q3: จ้างบริษัท รักษาความปลอดภัยต้องมีสัญญาหรือไม่?
A: มี พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 กำหนดให้การให้บริการรักษาความปลอดภัยต้องทำสัญญาเป็นหนังสือ และกำหนดรายการสำคัญที่ต้องมีในสัญญา เช่นขอบเขตงาน ค่าจ้าง หน้าที่ ความรับผิด ค่าปรับ ค่าเสียหาย และเงื่อนไขเลิกสัญญา
Q4: ควรเลือกบริษัทรักษาความปลอดภัยที่เสนอราคาถูกที่สุดหรือไม่?
A: ไม่ควรตัดสินจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว ควรตรวจว่าราคาของแต่ละบริษัทอ้างอิงจำนวนกำลัง ชั่วโมง จุดประจำ หน้าที่ การควบคุมงาน และกำลังทดแทนในเงื่อนไขเดียวกันหรือไม่ หากขอบเขตต่างกัน ราคาก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบตรง ๆ ได้
Q5: ก่อนบริษัทรักษาความปลอดภัยเริ่มงานผู้ว่าจ้างต้องเตรียมอะไร?
A: ควรเตรียมแผนผังพื้นที่ จุดประจำและจุดตรวจ ระเบียบการเข้า–ออก ขั้นตอนสำหรับผู้มาติดต่อหรือรถขนส่ง ผู้ประสานงาน เบอร์ฉุกเฉิน วิธีรายงานเหตุ และข้อกำหนดเฉพาะของสถานที่ พร้อมชี้แจงร่วมกับผู้ให้บริการก่อนวันเริ่มงานจริง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 — ราชกิจจานุเบกษา ใช้อ้างอิงข้อกำหนดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย การขอใบอนุญาตของบริษัท การทำสัญญาให้บริการเป็นหนังสือ รวมถึงหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต
เว็บไซต์: พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 - ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี — กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรักษาความปลอดภัย ใช้อ้างอิงและตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรักษาความปลอดภัย รวมถึงพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์: ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี

